วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เรือ Logos Hope เตรียมจอดเทียบท่าพร้อมเปิดให้ชาวภูเก็ตเข้าชม



เรือ Logos Hope ร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังจะนำเหล่าลูกเรือนานาชาติเยือนจังหวัดภูเก็ต พร้อมเปิดให้สาธารณชนเข้าเยี่ยมชมในวันที่ 15 ส.ค.56 นี้ เพื่อให้ทุกท่านได้พบปะพูดคุยกับเหล่าลูกเรือ และเข้าเยี่ยมชมร้านหนังสือ
      
       เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ส.ค.56 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายณรงค์ ศรีสกุลแพทย์ผู้ประสานงานโครงการเรือ Logos Hope ได้แถลงข่าวเรือ Logos Hope ซึ่งเป็นร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะเดินทางมาจังหวัดภูเก็ตในวันที่ 15 ส.ค.56 นี้ ต่อสื่อมวลชน
      
       นายณรงค์ ศรีสกุลแพทย์ กล่าวว่า สำหรับเรือ “Logos Hope” ร้านหนังสือลอยน้ำใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมเดินทางมาจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยลูกเรือ 400 คน ล้วนแล้วเป็นอาสาสมัครที่มาจากมากกว่า 45 ประเทศทั่วโลก ซึ่งยอมอุทิศเวลาอันมีค่าจากครอบครัว อาชีพการงาน และสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ในบ้านเกิดของตน เพื่อที่จะแสดงให้สังคมได้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากวัฒนธรรมที่หลากหลาย
      
       ซึ่งบางคนเข้ามาเป็นอาสาสมัครทำงานในหน้าที่ต่างๆ ภายในเรือความสามารถเฉพาะทาง เช่น วิศวกร ช่างซ่อมบำรุง เจ้าหน้าที่เดินระบบไฟฟ้า ช่างไม้ เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ พ่อครัว และตำแหน่งอื่นๆ อีกมากมาย และยังมีกลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครโดยที่ยังไม่มีความสามารถพิเศษเฉพาะทางในด้านใด นอกจากจิตใจที่พร้อมรับใช้สังคมเท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมาจากพื้นฐานชีวิตที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาอยู่ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ การได้ช่วยเหลือผู้คนผ่านการทำงานสังคม และหนังสือที่ดีมีประโยชน์ ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้เรือ Logos Hope ได้ไปเยือนประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศกัมพูชา เหล่าลูกเรือก็ได้มีโอกาสเข้าช่วยเหลือสังคมผ่านโครงการต่างๆ มากมาย ทั้งการสร้างโรงเรียนในเขตพื้นที่ต่างๆ การบริจาคหนังสือ การให้บริการทางการแพทย์ และคลินิกรักษาฟันเคลื่อนที่โดยไม่เก็บค่ารักษาพยาบาล
      
       นายณรงค์ กล่าวต่อไปอีกว่า เรือ Logos Hope ได้นำเสนอหนังสือนานาประเภทมากกว่า 5,000 รายการ ในราคาที่ย่อมเยา ซึ่งครอบคลุมหนังสือหลากหลายชนิด ได้แก่ หนังสือทางด้านวิทยาศาสตร์ กีฬา งานอดิเรก และการดำเนินชีวิตและครอบครัว อีกทั้งมีหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน ได้แก่ ตำราเรียน พจนานุกรม แผนที่ประเทศต่างๆ และหนังสืออื่นๆ อีกมากมาย นอกเหนือจากร้านหนังสือแล้ว ยังมีห้องแสดงนิทรรศการถาวร เพื่อบอกเล่าสิ่งที่มนุษย์ควรทำและไม่ควรทำ เพื่อนำไปสู่การใช้ชีวิตที่มีคุณค่าร่วมกับเพื่อนมนุษย์บนโลกใบนี้ ถัดมาเป็นร้านขายเครื่องดื่มและขนม เพื่อเติมพลังให้บริการนักอ่านที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง
      
       สำหรับเรือ Logos Hope จะเปิดบริการให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม ณ ท่าเรือน้ำลึก อ่าวมะขาม จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 15-18 สิงหาคม 2556 และในวันที่ 21-22 สิงหาคม 2556 ในวันอังคาร-วันเสาร์ เรือจะเปิดให้บริการเวลา 10.00-21.30 น. ส่วนในวันอาทิตย์ เรือจะเปิดให้บริการเวลา 13.00-21.30 น. และในวันจันทร์ที่ 19-วันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2556 เรือจะปิดให้บริการ โดยค่าบัตรผ่านประตูราคาท่านละ 20 บาท สำหรับเด็กที่มีอายุไม่เกิน 12 ปี สามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องมีผู้ปกครองดูแล


ข้อมูลจาก.. ASTV Manager ภาคใต้

วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

พ่อเมืองยันภูเก็ตไม่มีมาเฟียต่างชาติแก๊งใหญ่



พ่อเมืองภูเก็ต เรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องหารือจัดเตรียมข้อมูลเสนอรัฐมนตรีฯ ท่องเที่ยว และดีเอสไอลงพื้นที่ตรวจสอบมาเฟียต่างชาติ 25 ก.ค.นี้ ยืนยันภูเก็ตไม่มีมาเฟียต่างชาติแก๊งใหญ่ ทำได้เพียงรวมตัวกันเพื่อหาผลประโยชน์ชั่วคราว แต่ถูกทางราชการสลายไปหมดแล้ว
      
       ภายหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์ ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีต่อกลุ่มมาเฟียต่างชาติใน จ.ภูเก็ต หลังเข้ามาตั้งบริษัทนอมินีประกอบธุรกิจทัวร์ท่องเที่ยวโดยกีดกันคุกคามคนไทยไม่ให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดีดีเอสไอ และทางดีเอสไอจะลงพื้นที่ภูเก็ตในวันที่ 25 ก.ค. 2556 นี้
      
       ล่าสุด วันที่ 19 ก.ค.56 นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยว ตรวจคนเข้าเมือง จัดหางาน หัวหน้าสำนักงานพัฒนาธุรกิจและการค้า ท่าอากาศยานภูเก็ต ผกก.ป่าตอง นายอำเภอกะทู้ เพื่อเตรียมข้อมูลเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งอธิบดี ดีเอสไอ ที่จะลงพื้นที่ภูเก็ตในวันที่ 25 ก.ค.56 เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องรถรับจ้างข่มขู่นักท่องเที่ยว และปัญหาคนต่างชาติทำตัวเป็นมาเฟีย และแย่งอาชีพคนไทย
      
       นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอธิบดี ดีเอสไอ ถึงแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และผลของการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายทั้งในเรื่องของแท็กซี่ที่สนามบิน และจุดอื่นๆ การรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว การขอสนับสนุนเรื่อง CCTV ที่ได้ของบ 251 ล้าน ในการติดตั้ง CCTV เพิ่มอีก 2,550 ตัว เพื่อให้ครอบคลุมทั่วทั้งเกาะภูเก็ต ที่ขณะนี้มีอยู่แล้ว 1,419 ตัว
      
       โดยที่ผ่านมา ปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว และคนต่างชาติ ทางจังหวัดได้ประสานกับกรมพัฒนาธุรกิจ และดีเอสไอ มาโดยตลอด ซึ่งดีเอสไอเองก็มีการลงพื้นที่เชื่อมโยงปัญหาในระดับชาติ ทำให้บางปัญหาได้รับการแก้ไขไปบ้างแล้ว แต่ยังก็ยังมีบางปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เช่น ปัญหารถแท็กซี่ป้ายดำ ได้มีการแก้ปัญหาโดยสารนำเข้าสู่ระบบ ซึ่งการลงมาพื้นที่ของรัฐมนตรี และดีเอสไอในครั้งนี้จะทำให้การแก้ปัญหาต่างๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
      
       ส่วนปัญหาคนต่างชาติเข้ามาทำตัวเป็นมาเฟียในภูเก็ตนั้น นายไมตรี กล่าวยืนยันว่า จังหวัดภูเก็ต ไม่มีมาเฟียชาวต่างชาติที่เป็นแก๊งใหญ่ จะมีบ้างก็เป็นการรวมตัวกันชั่วคราวเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทางราชการเข้าไปบังคับใช้กฎหมายกลุ่มเหล่านั้นก็จะสลายตัวในที่สุด ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ต มีระบบในการเข้าถึง เช่น มีเรื่องฉ้อฉล ข่มขู่กันเองบ้าง แต่ยืนยันว่าทางจังหวัดสามารถที่จะจัดการได้เป็นจุดๆไป เช่น อย่างกรณีที่ซอยอ่าวบางเทา ที่ทางกลุ่มคนต่างชาติเข้าไปแย่งอาชีพคนไทยก็สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ภายหลังจากที่ชาวบ้านร้องเรียน ทางจังหวัดภูเก็ต และดีเอสไอได้ลงพื้นที่แก้ปัญหาดังกล่าว


ข้อมูลจาก.. ASTV Manager ภาคใต้

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ภูเก็ตขานรับ DSI สอบมาเฟียต่างชาติแย่งงานคนไทย



อุปนายกสมาคมท่องเที่ยวภูเก็ต ขานรับกรณี DSI เตรียมคลี่คลายปัญหาชาวต่างชาติเข้ามาประกอบอาชีพแย่งอาชีพคนไทยตามแหล่งท่องเที่ยว ด้าน รอง ผบก.ภูเก็ต ลั่นไม่ยอมให้มีแก๊งอิทธิพลชาวรัสเซียในจังหวัด เกรงกระทบภาพลักษณ์
      
       วันที่ 18 ก.ค.56 นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงกรณีการลักลอบทำงานของบุคคลต่างด้าว เช่น ชาวรัสเซีย เกาหลีใต้ เนปาล บังกลาเทศ ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นในพื้นที่การท่องเที่ยวภูเก็ตจริง และผู้ประกอบการเห็นด้วย ที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จะเข้ามาคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่บุคคลต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายไทยในลักษณะต่างๆ ซึ่งจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ในขณะที่กลุ่มนักธุรกิจชาวต่างประเทศชาติใดก็แล้วแต่ ที่เข้ามาประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีพฤติกรรมดีก็สามารถประกอบการได้ต่อไป
      
       ทั้งนี้ ในเมืองท่องเที่ยว หรือเมืองธุรกิจใดๆ ในโลกนี้ ย่อมจะมีกลุ่มผู้แสวงหาผลประโยชน์ และในกรณีที่เป็นคนไทย และผูกโยงกับชาวต่างประเทศ หากกระทำผิดกฎหมายไทย ไม่สามารถที่จะเอาไว้ได้เช่นเดียวกัน เพราะมีผลกระทบในเรื่องของภาพลักษณ์ความสงบเรียบร้อยของเมืองท่องเที่ยวนานาชาติภูเก็ต มันหมายถึงชื่อเสียงของประเทศ และผู้ประกอบการชาวต่างประเทศที่ดี ตรงไปตรงมาอาจจะหวาดหวั่น และไม่มาลงทุนได้เหมือนกัน
      
       “ อยากจะให้ ดีเอสไอ หรือเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เข้ามาดำเนินการอย่างจริงจัง มีการบังคับใช้ตามกฎหมายทุกช่องทางที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เพราะผู้ประกอบการท่องเที่ยวมองว่า เป็นสิ่งที่ดี ควรจะมีการคัดกรองกลุ่มนักธุรกิจที่ดี เหมาะสมให้คงอยู่ต่อไป ในพื้นที่ภูเก็ตการเคลียร์ปัญหาที่บุคคลทั่วไปมองว่า เป็นการตั้งตนเป็นผู้มีอิทธิพล จ่ายผลประโยชน์เบี้ยบ้ายรายทางให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่บางหน่วยงาน ควรให้ภาพลักษณ์นี้หมดไปจากเกาะภูเก็ตได้แล้วนายภูริต กล่าว
      
       ด้าน พ.ต.อ.อรุณ แกล้ววาที รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวถึง กรณีดังกล่าวที่ทาง ดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษ ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานพอสมควรแล้ว และก่อนหน้านี้ ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ให้ไปร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนของกลุ่ม หรือชมรมผู้ประกอบการขนส่ง ในท้องที่บ้านบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เนื่องจากว่ามีกลุ่มชาวรัสเซียแฝงตัวเข้ามาประกอบอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว สถานบันเทิง ร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านอาหาร หรือแม้แต่รถแท็กซี่รับจ้างอย่างครบวงจร ซึ่งเบื้องต้นทราบว่า มีการแก้ไขปัญหาไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว โดยมีการเจรจา กวดขัน และให้มีการประกอบอาชีพโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความสงบเรียบร้อยของท้องถิ่น
      
       รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของชาวรัสเซียที่เป็นข่าวอยู่ว่า มีปัญหากับกลุ่มผู้ประกอบการชาวไทยในจังหวัดภูเก็ต ที่มีการประกอบอาชีพในลักษณะเดียวกันนั้น ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันชาวรัสเซียเป็นกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่เป็นอันดับ 2 รองจากชาวจีน ดังนั้น จึงเป็นไปได้ที่พฤติกรรมจะเป็นเหมือนชาวจีน หรือเกาหลีใต้ในอดีต ที่เข้ามาประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต่างๆ จะต้องเข้าไปดูว่า ชาวรัสเซีย ประกอบอาชีพต้องห้ามสำหรับบุคคลต่างด้าวหรือไม่อย่างไร หรือเป็นการแย่งอาชีพคนไทยด้วยที่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าวอยู่แล้ว และจากข้อมูลที่มีอยู่ ชาวรัสเซีย ได้ขออนุญาตทำงานถูกต้องกับกรมการจัดหางานก็มีอยู่ เช่น การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว ส่วนมีการลักลอบประกอบอาชีพนอกเหนือจากที่ขออนุญาต ทางพนักงานเจ้าหน้าที่กวดขันเสมอมา และจากสถิติปี 2554-2556 ปรากฏว่า มีการจับกุมชาวรัสเซียอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นประกอบการขนส่ง รถยนต์รับจ้าง แท็กซี่ ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว และในธุรกิจเหล่านี้มีชาวไทยประกอบการด้วย และในเมื่อธุรกิจนี้ มีการแข่งขัน และชาวรัสเซีย จะพยายามทำธุรกรรมกับวงการเดียวกัน จึงมีปัญหาความขัดแย้งกับกลุ่มผู้ประกอบการที่บ้านบางเทาในช่วงที่ผ่านมา
      
       “การตั้งตนเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลของชาวรัสเซีย เราไม่ยอมให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตแน่นอน และข้อมูลที่มีอยู่ มีส่วนกระทบกระเทือนต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ผู้ประกอบการไทย และความสงบเรียบร้อยบ้านเมืองรุนแรง ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ยังไม่มีการพบข้อมูลในลักษณะดังกล่าวขนาดนั้น ที่ผ่านมา มีคดีการทำร้ายร่างกาย เมาสุรา แต่ไม่ใช่เป็นมาเฟีย และทุกชาติที่เข้ามาในภูเก็ตก็มีในเรื่องนี้บ้างเหมือนกัน หากเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกลุ่มก้อนมากก็คือ ชาวจีน เกาหลีใต้ นอกจากนี้ ที่เคยจับกุมชาวรัสเซีย มา มีกรณีที่ขอใบอนุญาตทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว แต่กลับมาขาย แพกเกจทัวร์ และมีคนไทยร่วมทุนกันด้วยได้เลิกกิจการไปที่หาดบางเทารอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าว


ข้อมูลจาก.. ASTV Manager ภาคใต้

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

นักพัฒนาซอฟต์แวร์ภูเก็ตเฮ! หลังซิป้าเตรียมหนุนแหล่งเงินทุนเพิ่มประสิทธิภาพ



ซิป้าหนุนผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ท้องถิ่นเข้าถึงแหล่งทุน-การเลือกใช้ไอซีทีที่มีประสิทธิภาพ โดยร่วมกับสภาอุตสาหกรรม และหอการค้าจังหวัดภูเก็ต จัดสัมมนา การเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจด้วย ICT กับเงินกู้ SME” ให้แก่ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ในภูเก็ต
       
       เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ก.ค.56 ที่ห้องรายา โรงแรมรอยัลภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต และหอการค้าจังหวัดภูเก็ต จัดงานสัมมนา การเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจด้วย ICT กับเงินกู้ SME” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางในการที่จะเลือกใช้ ICT เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างเหมาะสม รวมทั้งให้คำแนะนำในการเตรียมความพร้อมในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยมีนายประชา อัศวธีระ ผู้จัดการสาขาสำนักงาน ซิป้า สาขาภูเก็ต ผู้บริหารบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. เอสเอ็มอีแบงก์ และธนาคารกรุงไทย ตลอดผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ในจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม
       
       นายประชา อัศวธีระ ผู้จัดการสาขาสำนักงาน ซิป้า สาขาภูเก็ต กล่าวว่า การจัดการสัมมนาในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ของซิป้า ซึ่งมุ่งเน้น 2 แนวทาง คือ มาตรการส่งเสริมให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งทุน เนื่องจากการประกอบธุรกิจซอฟต์แวร์เป็นธุรกิจที่จะใช้คนเป็นหลัก จึงไม่มีสินทรัพย์ที่จะนำมาใช้ในการประกอบการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน จึงได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย และเอสเอ็มอีแบงก์ จัดวงเงินกู้ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจทั่วไปที่ต้องการนำไอซีทีเข้ามาประยุกต์ใช้ในตัวงาน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยมี บสย.เป็นผู้ค้ำประกัน
       
       “การสัมมนาในวันนี้ มุ่งเน้นการให้ความรู้ที่เหมาะสมแก่การประกอบธุรกิจของจังหวัดภูเก็ต คือ เรื่องของโซเซียลมีเดียแบบออนไลน์มาร์เกตติ้ง เช่น การเพิ่มมูลค่าธุรกิจได้ด้วยกลยุทธ์การตลาดออนไลน์, มิติใหม่ของธุรกิจทางการตลาดยุคดิจิตอลของไทย เป็นต้น เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นประโยชน์ในการนำธุรกิจไอซีทีมาใช้ ซึ่งหากสนใจลงทุนก็สามารถติดต่อขอวงเงินกู้ตามมาตรการส่งเสริมได้ทันทีนายประชา กล่าวและว่า
       
       ปัจจุบัน ได้มีการนำไอซีทีมาประยุกต์ใช้ในการประกอบธุรกิจมากขึ้น และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่จะใช้ซอฟต์แวร์ของต่างชาติ และบางส่วนก็มีการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย ในขณะที่มีการใช้ซอฟต์แวร์ของผู้ประกอบการท้องถิ่นค่อนข้างน้อย แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางซิป้าเองก็พยายามที่จะสร้างความเชื่อมั่น และผลักดันให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ซอฟต์แวร์ของไทยมากขึ้น โดยจัดทำโครงการประกวดโครงงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวด้วย เพราะในส่วนของบุคลากร เรามีความพร้อมอยู่แล้ว และมีสถาบันการศึกษาทั้งในจังหวัดภูเก็ต และใกล้เคียงที่มีการเปิดสอนทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก


ข้อมูลจาก.. ASTV Manager ภาคใต้

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

รถสี่ล้อเล็กเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงปัญหาการใช้รถผิดประเภทให้บริการนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต


เมื่อเวลา 11.00 .วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอนันต์ ปลื้มจิตต์ ในนามตัวแทนรถยนต์สี่ล้อเล็ก (ตุ๊กตุ๊ก) ป้ายดำ รถแท็กซี่ป้ายดำ รถตู้ป้ายดำ ซึ่งวิ่งให้บริการนักท่องเที่ยวตามคิวต่าง ๆ ในพื้นที่หาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการใช้รถผิดประเภทให้บริการนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ต่อนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และสื่อมวลชน ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ในการร่วมแถลงข่าวโครงการผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พบสื่อมวลชน ครั้งที่ 10/2556
นายอนันต์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีกลุ่มรถตุ๊กตุ๊กจากหาดป่าตอง ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นรถถูกต้องตามกฎหมายได้รวมตัวกันมาร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และกล่าวหาว่าพวกตนซึ่งเป็นรถสี่ล้อเล็กเป็นรถตุ๊กตุ๊กผี วิ่งแย่งชิงผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากพวกเขา แต่โดยสภาพความเป็นจริงแล้ว พวกตนเป็นรถสี่ล้อเล็กที่มีคิวอยู่ประจำที่ เป็นสัดส่วนและมีพื้นที่ของแต่ละคิวแน่นอนชัดเจน โดยรอรับผู้โดยสารที่มาว่าจ้างเฉพาะที่คิวเท่านั้น ไม่สามารถไปวิ่งเร่รับผู้โดยสารนอกคิวของตนเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามโรงแรมบางแห่งหรือตามหน้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ที่มีคิวรถตุ๊กตุ๊กป้ายเหลืองหรือป้ายดำประจำอยู่ พวกเขาจะไม่ยินยอมให้รถจากภายนอกเข้าไปรับผู้โดยสารภายในคิวของเขาอย่างเด็ดขาด บางพื้นที่แม้กระทั่งรถจากบริษัททัวร์ที่มีใบงานจากบริษัทก็ยังเข้าไปรับลูกค้าไม่ได้ หากรถภายนอกฝ่าฝืนเข้าไปรับลูกค้าก็เป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็ทำร้ายกันจนถึงขั้นเสียชีวิตก็มี ซึ่งเกิดเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ
ฉะนั้นการกล่าวหาว่าพวกสี่ล้อเล็กแย่งผู้โดยสารจากรถตุ๊กตุ๊กป้ายเหลือง ซึ่งพวกเขาอ้างเป็นเหตุทำให้พวกเขารายได้ลดลงกระทั่งไม่พอเลี้ยงครอบครัวนั้น จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสินเชิง แต่ในทางกลับกัน พวกตนรถสี่ล้อเล็กกำลังเดือดร้อนกว่าพวกเขาอย่างมาก สืบเนื่องจากมีรายได้น้อยแล้ว ยังจะต้องจ่ายค่าปรับให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กวดขันจับกุมพวกตนอยู่บ่อยครั้งด้วย
นายอนันต์ ยังชี้แจงต่ออีกว่า หากถามว่า ทำไมพวกตนไม่นำรถสี่ล้อเล็กไปจดทะเบียนเป็นป้ายเหลืองให้ถูกต้องตามกฎหมาย คำตอบคือ ติดเงื่อนไขของกระทรวงคมนาคม ซึ่งระบุไว้ว่า รถจะต้องทำประกันชั้นหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเป็นรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี และข้อสำคัญที่สุด คือ จะต้องเป็นรถที่ไม่มีภาระการผ่อนชำระกับบริษัทไฟแนนซ์ ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว หากต้องการทำให้ถูกต้องจริงๆ ต้องเสียค่าใช้จ่ายคันละหลายหมื่นบาท ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวยังเป็นเรื่องยากที่จะเป็นไปได้สำหรับคนหาเช้ากินค่ำอย่างพวกตน และยังมีเงื่อนไขปลีกย่อยอื่นๆ ประกอบอีกมากมาย ซึ่งสามารถสอบถามจากทางสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตได้
หากพวกตนมีศักยภาพเพียงพอที่จะซื้อรถด้วยเงินสดราคาเกือบล้านบาท พวกตนคงไม่ต้องมาประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่เช่นนี้ แต่โดยสภาพที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่ พวกตนยากจนและลำบาก ไม่มีปัญญาซื้อรถที่จะให้เข้าเงื่อนไขตามกฎของกระทรวงคมนาคม เอามาทำมาหากินได้ จึงต้องซื้อหารถสี่ล้อเล็กราคาถูกๆ มาให้บริการนักท่องเที่ยวแทน ซึ่งก็ทราบดีว่าผิดกฎหมาย แต่พวกตนก็พยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้ถูกกฎหมาย โดยไปปรึกษาขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่วิชาการของสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตบ้าง ให้ความร่วมมือในการจัดทำรายชื่อและประวัติคนขับรถให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้าง ซึ่งเหล่านี้พอจะยืนยันได้ว่า พวกตนมีความตั้งใจที่จะประกอบอาชีพโดยสุจริต และถูกต้องตามกฎหมายจริงๆ เพียงแต่พวกผมด้วยโอกาสเกินไป
นายอนันต์ กล่าวอีกว่า จึงหวังว่าผู้ว่าฯ และผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยหาทางออกให้พวกตนด้วย แต่ได้โปรดอย่าแนะนำให้พวกตนเลิกอาชีพนี้ เพราะหลายคนยึดอาชีพนี้เลี้ยงครอบครัวมาเป็นเวลาหลายปี และที่สำคัญที่สุด คือ พวกตนหลายคนไม่มีที่ไปอีกแล้ว
อนึ่งรถรับจ้างบริการนักท่องเที่ยวตามคิวต่างๆ ในหาดป่าตอง ทั้งที่เป็นรถผิดกำหมายและถูกกฎหมาย ยังคงมีจำนวนรถเท่าเดิม ไม่มีเพิ่มขึ้น เพราะผู้ก่อตั้งคิวแต่ละคิวย่อมสงวนผลประโยชน์ของตนไม้ แม้ว่าแต่ละคิวจะมีการเปลี่ยนมือบ้าง แต่ยังคงจำนวนรถไว้ไม่ให้เพิ่มขึ้น มีแต่จะให้จำนวนรถลดลง หากจะมีจำนวนรถเพิ่มขึ้นก็มาจากการก่อตั้งคิวใหม่ๆ เท่านั้น เช่น ตลาดนัดวัดนาคา สถานีขนส่งแห่งที่ 2 เป็นต้น ซึ่งมีรถผิดประเภทอยู่ในคิวจำนวนไม่น้อย ซึ่งผู้ว่าฯ สามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบได้
สุดท้ายหวังว่าผู้ว่าฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหาช่องทางที่จะให้พวกตนได้ประกอบอาชีพอย่างสุจริตต่อไป เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคมโดยรวม นายอนันต์กล่าว
ด้านนายไมตรี กล่าวว่า จะรับเรื่องไว้ ซึ่งนโยบายของจังหวัดนั้นพยายามเร่งรัดดำเนินการในส่วนของรถที่ผิดกฎหมายจะต้องมาเข้าระบบ ซึ่งเข้าใจในข้อจำกัดที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องของไฟแนนซ์ ซึ่งจะได้เชิญในส่วนของธนาคารออมสินได้มาดูแลในเรื่องนี้ รวมทั้งจะได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาต่อไป รวมทั้งไม่อยากให้แยกพวกเขาพวกเรา แต่อยากเห็นทุกคนสามารถทำมาหากินร่วมกันได้อย่างปกติสุข